David Hallyday, fils des icônes françaises Johnny Hallyday et Sylvie Vartan, mène une vie marquée par le succès, la douleur, et une profonde humanité. À 58 ans, l’artiste aborde une phase de maturité où les signes du temps se font plus présents. La fatigue, les douleurs physiques et les réflexions sur la vieillesse sont devenues des réalités auxquelles il ne peut plus échapper.
Malgré cela, David garde une attitude sereine, choisissant de faire de cette période une opportunité pour apprécier pleinement la vie et renforcer ses liens avec ses proches. Il s’engage dans un mode de vie sain, pratiquant des activités physiques douces et adoptant une alimentation équilibrée, tout en continuant à se consacrer à sa musique, sa plus grande passion.
Les fans, attentifs à la moindre évolution de son apparence ou de son état de santé, n’ont pas caché leur inquiétude. Toutefois, David, avec calme et dignité, a toujours rappelé que vieillir est un processus naturel. Ce n’est pas une fatalité, mais une chance de mieux comprendre la valeur de chaque moment. La plus grande épreuve de sa vie reste toutefois la perte de son père, Johnny Hallyday, en 2017.

Une douleur immense qu’il n’a jamais totalement surmontée. Leur relation, bien que parfois conflictuelle, notamment à cause de questions d’héritage, reposait sur un profond respect et une admiration sincère. David a avoué que la perte de Johnny fut l’épreuve la plus difficile qu’il ait connue. Il regrette de ne pas avoir passé plus de temps avec lui, mais trouve du réconfort dans la musique, qui reste un lien vivant avec son père. Sa chanson « Tu ne m’as pas laissé le temps », devenue emblématique, est pour lui un moyen d’honorer cette mémoire et de continuer à dialoguer avec Johnny, malgré son absence.
Côté personnel, David a connu deux grandes histoires d’amour. Son premier mariage, en 1989, avec Estelle Lefébure, a fait de lui la moitié d’un couple adulé par le public. Ensemble, ils ont eu deux filles, Ilona et Emma, qui ont toutes deux réussi dans leurs domaines respectifs, le mannequinat et le cinéma. Même après leur séparation en 2001, David et Estelle ont maintenu une relation harmonieuse pour le bien de leurs enfants, qu’il considère comme sa plus grande fierté.
En 2004, David a retrouvé l’amour avec Alexandra Pastor, une femme d’affaires monégasque. Leur union a donné naissance à un fils, Cameron. Alexandra est restée à ses côtés dans les moments les plus sombres, notamment après la mort de Johnny. Elle l’a soutenu, aidé à se reconstruire, et l’a encouragé à se recentrer sur ses valeurs essentielles : l’amour familial et la création artistique.
Aujourd’hui, malgré les épreuves, David Hallyday continue de vivre pleinement. Son amour pour la musique, sa famille et ses enfants reste le moteur de sa vie. Il prouve qu’il est possible de traverser les tempêtes avec élégance, sans renier ses émotions, en s’appuyant sur ce qui compte vraiment.
News
ชาวเน็ตแนะ “นาย ณภัทร” ไม่ควรรีเทิร์น “ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก” เชียร์หาคนเข้ากับครอบครัวได้ “ปฏิกิริยาที่ทำให้ช็อกของนักแสดงชาย ‘แม่ของผมสนับสนุนการตัดสินใจทุกอย่างของผมเสมอ’”
“นาย ณภัทร เสียงสมบุญ” นอกจากจะมาพร้อมกับต้นทุนชีวิตที่ดีเยี่ยมจากคุณแม่นักแสดงมากฝีมืออย่าง “หมู พิมพ์ผกา” แล้ว ตัวตนของเขายังเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่น่าค้นหา ทั้งในบทบาทของนักแสดง นักร้อง และนายแบบ ทว่าในช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้มีเพียงแค่ผลงานที่ถูกพูดถึง แต่เรื่องราวความรักของเขากับนักแสดงสาวมากความสามารถ “ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์” กลับเป็นประเด็นที่สร้างความสนใจและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ทั้งคู่เคยเป็นคู่รักในอุดมคติของใครหลายคน ก่อนที่จะตัดสินใจยุติความสัมพันธ์และกลับมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้แฟนๆ หลายคนรู้สึกเสียดายอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม หลังจากที่สถานะของพวกเขาเปลี่ยนไป นาย ณภัทร ได้ออกมาเปิดใจว่าชีวิตโสดในตอนนี้ทำให้เขารู้สึกมีความสุขและได้ใช้เวลาในการดูแลตัวเอง…
“ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก” ไม่ติดร่วมงาน “นาย ณภัทร” หลังถูกเชียร์เล่น “แรงเงา” คู่กัน! พูดถึงเรื่องเก่าที่ทำให้ตกใจ
ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารไหลบ่าท่วมท้นบนโลกออนไลน์ มีบางครั้งที่เรื่องราวธรรมดาๆ สามารถพลิกผันจนกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ดึงดูดสายตาผู้คนนับล้านได้ในชั่วข้ามคืน และเรื่องราวของช่างก่อสร้างคนนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น จากวิดีโอสั้นๆ ความยาวไม่กี่วินาทีบน YouTube Shorts ที่ดูเผินๆ เหมือนจะไม่มีอะไร แต่กลับซ่อน “ความลับ” ที่ทำให้ผู้ที่ชมต้องตกตะลึงและตั้งคำถามกับสิ่งที่พวกเขาเห็น กลายเป็นบทสนทนาที่แพร่สะพัดไปทั่วทุกแพลตฟอร์ม จุดเริ่มต้นของความเข้าใจผิด วิดีโอเริ่มต้นด้วยภาพที่น่าหวาดเสียว: ชายคนหนึ่งในชุดทำงานและหมวกนิรภัยสีขาว กำลังทำงานอยู่บนขอบตึกสูงอย่างน่าหวาดเสียว มุมกล้องที่จับภาพจากระยะไกลทำให้เราเห็นเพียงเงาของเขาที่กำลังก้มๆ เงยๆ ทำงานอย่างขะมักเขม้น ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างก็หยุดยืนมองด้วยความสนใจ หลายคนอาจจะนึกสงสารในความยากลำบากของอาชีพนี้ หรือบางคนก็อาจจะชื่นชมในความกล้าหาญที่ต้องทำงานท้าทายความตายเช่นนี้ ภาพที่ถูกนำเสนอสร้างความเข้าใจผิดได้อย่างแนบเนียน และด้วยความที่มันเป็นคลิปสั้นๆ ทำให้เรามีเวลาไม่มากที่จะคิดวิเคราะห์…
“ศสา” อดีต ผจก. อ้างขายหุ้นให้ “ออม สุชาร์” เพราะโดนหลอก ปมดรามาฮุบบริษัท
บางครั้งการตัดสินใจร่วมทุนกับคนใกล้ชิดก็อาจนำมาซึ่งเรื่องราวที่ซับซ้อนและเจ็บปวดกว่าที่คิด เรื่องราวของนักแสดงสาวมากความสามารถอย่าง ออม-สุชาร์ มานะยิ่ง กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในขณะนี้ เมื่อความขัดแย้งทางธุรกิจกับอดีตหุ้นส่วนและผู้จัดการส่วนตัวได้ปะทุขึ้นมาสู่หน้าสื่ออีกครั้ง เปิดเผยให้เห็นถึงรอยร้าวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะราบรื่น และนำมาสู่สงครามกฎหมายที่น่าจับตามองในที่สุด ย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้นของการทำธุรกิจ ออม สุชาร์ ได้จับมือกับเพื่อนสนิทอย่าง พริม-ณัฏฐชา และอดีตผู้จัดการส่วนตัวอย่าง ซาซ่า เพื่อร่วมกันสร้างแบรนด์เครื่องสำอางภายใต้ชื่อ “ฟรีบิวตี้” ซึ่งเป็นการเริ่มต้นจากความเชื่อมั่นและมิตรภาพที่แข็งแกร่ง ทั้งสามฝ่ายได้ตกลงแบ่งสัดส่วนการถือครองหุ้นกันอย่างชัดเจน โดย ออม และ พริม ถือหุ้นคนละ 48% ในขณะที่ ซาซ่า…
ใบเฟิร์น พิมชนก ไม่มาร่วม! ปฏิเสธตรงๆ ที่จะเข้าร่วมงานของนาย ณภัทร ทุกคนกำลังจับตามองไปที่วันเกิดนี้ด้วยเหตุผลพิเศษ
ในโลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและเรื่องราวที่คาดไม่ถึง บางครั้งเรื่องราวที่เรียบง่ายที่สุดกลับเป็นเรื่องที่สร้างรอยยิ้มและเรียกเสียงหัวเราะได้มากที่สุด และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับนางเอกสาวแถวหน้าของวงการอย่าง ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ ที่ล่าสุดได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องราวชีวิตส่วนตัวที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องความวุ่นวายที่ต้องเจอในแต่ละวัน และอนาคตในการทำงานที่ทุกคนต่างเฝ้ารอคอย โดยเฉพาะการกลับมาร่วมงานกับคู่จิ้นในตำนานอย่าง นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ ซึ่งการเปิดใจครั้งนี้ของเธอเป็นมากกว่าแค่ข่าวบันเทิง แต่เป็นเรื่องราวที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นธรรมชาติและชีวิตที่ใกล้เคียงกับคนทั่วไปอย่างน่าประทับใจ ชีวิตของดาราที่ทุกคนมองว่าสมบูรณ์แบบและห่างไกลจากความยุ่งยาก แต่ใครจะรู้ว่าแม้แต่ซุปเปอร์สตาร์ก็ต้องเผชิญหน้ากับความวุ่นวายในแบบฉบับของตัวเอง และสำหรับใบเฟิร์นแล้ว ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเธอตอนนี้กลับไม่ใช่เรื่องงานหรือเรื่องความรัก แต่เป็นเรื่องของเจ้าสี่ขาตัวน้อยที่เธอรักยิ่งกว่าอะไร นั่นก็คือสุนัขตัวแสบของเธอเอง ใบเฟิร์นเล่าด้วยสีหน้าที่มีทั้งความเอ็นดูและความปวดหัวว่า ตอนนี้ชีวิตของเธอแทบจะไม่มีปัญหาอะไรเลยนอกจากความเจ้าเล่ห์ของเจ้าหมาตัวแสบ ที่มักจะปัสสาวะบนโซฟาหรือเสื้อผ้าที่ซักแล้วใหม่ๆ ทุกครั้งที่มันรู้สึกไม่พอใจหรือแกล้งเธอ ซึ่งเรื่องราวที่น่ารักและน่าเอ็นดูนี้ทำให้เราได้เห็นถึงมุมมองของใบเฟิร์นในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่ต้องเผชิญกับความปวดหัวในชีวิตประจำวันแบบที่ใครหลายคนก็ต้องเจอ ทำให้เธอเป็นดาราที่เข้าถึงง่ายและเป็นกันเองมากขึ้นไปอีก ความน่ารักของใบเฟิร์นไม่ได้มีเพียงแค่การเล่าเรื่องของเจ้าสี่ขาตัวแสบ แต่เธอยังได้เปิดเผยถึงแผนการฉลองวันเกิดที่กำลังจะมาถึงด้วย…
“ที่จริงก็กำลังคุยกับคน ๆ หนึ่งอยู่” ใบเฟิร์นออกมาเผย หลังจากที่หมอดูชื่อดังทำนายว่าปีนี้เธอจะมีคนรักที่ยอดเยี่ยม
ใบเฟิร์นออกมาเผย หลังจากที่หมอดูชื่อดังทำนายว่าปีนี้เธอจะมีคนรักที่ยอดเยี่ยม — คำทำนายนี้ได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วในสื่อมวลชนไทย ทำให้แฟนคลับและสาธารณชนพูดคุยกันอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของนักแสดงชื่อดัง ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ผู้มีเสน่ห์จากความงดงามอันอ่อนหวานและการแสดงที่เป็นธรรมชาติ ได้ถูกมองมาอย่างยาวนานว่าเป็นสัญลักษณ์ของความโรแมนติกและความอ่อนช้อย — และคำทำนายของหมอดูครั้งนี้ยิ่งเพิ่มชั้นความลึกลับให้กับภาพลักษณ์ที่เธอสร้างขึ้นอย่างประณีต ตามข้อมูลเชิงสมมติที่เราได้รวบรวมมา หมอดูผู้นี้คือคุณสมชาย ธีรายศินทร์ — บุคคลที่มีชื่อเสียงในการทำนายโชคชะตาตามวันเกิด อนาคต และดวงชะตา ซึ่งดึงดูดเหล่าดาราและคนดังชาวไทยจำนวนมากให้ไป “ดูดวงชีวิต” บ้างก็เล่าว่าคุณสมชายได้ใช้การจัดตำแหน่งของดวงดาวและเดือนเกิดจันทรคติของใบเฟิร์นเพื่อให้คำทำนายว่า: “ปีนี้ คุณใบเฟิร์นจะได้พบกับใครบางคนที่พิเศษ — คนที่จะทำให้หัวใจของเธอสั่นไหว ทุกอย่างจะมั่นคง และจะรู้สึกถึงความเข้ากันได้ทางจิตใจ”…
“หมอดูต๊อกแต๊ก” ทำนาย ”ใบเฟิร์น“ ปีนี้มีแฟนแน่ไม่ใช่คนเก่า แต่เป็นหนุ่มระดับตัวท็อปเอเชีย
เรื่องราวของดาราคนดังมักจะถูกเชื่อมโยงเข้ากับคำทำนายทางโหราศาสตร์อยู่เสมอ และล่าสุด ชื่อของนักแสดงสาวมากความสามารถอย่าง ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ ก็ได้กลายเป็นศูนย์กลางของคำทำนายที่สร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งวงการบันเทิง เมื่อหมอดูชื่อดังอย่าง ต๊อกแต๊ก A4 ได้ออกมาเปิดเผยคำทำนายที่ว่า ชีวิตรักของเธอจะถึงคราวเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และกำลังจะมีคนพิเศษเข้ามาในชีวิตในเร็วๆ นี้ ซึ่งไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน คำทำนายนี้ไม่เพียงแต่สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนคลับ แต่ยังทำให้สาธารณชนต่างจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าคำทำนายที่ยิ่งใหญ่นี้จะกลายเป็นความจริงหรือไม่ คำทำนายของหมอดูต๊อกแต๊ก A4 ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าในปีนี้ ดวงความรักของใบเฟิร์นจะโดดเด่นเป็นพิเศษ และมีโอกาสสูงมากที่เธอจะสละโสด และก้าวเข้าสู่สถานะของการมีความสัมพันธ์ที่จริงจังกับใครสักคน คำทำนายนี้มาในช่วงเวลาที่หลายคนกำลังจับตามองสถานะความรักของใบเฟิร์น หลังจากที่เธอเคยเปิดเผยว่าหัวใจยังคงว่าง และมุ่งมั่นกับการทำงานเพียงอย่างเดียว คำทำนายจึงเปรียบเสมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์สำหรับแฟนๆ ที่เฝ้ารอคอยให้เธอกลับมามีรอยยิ้มในเรื่องของหัวใจอีกครั้ง…
End of content
No more pages to load